‘คาสิโน’ กับความย้อนแย้งของสังคมไทย ประชากรเล่นพนันครึ่งประเทศ แต่ยังผิดกฎหมาย
“ตอนนี้เราสนใจ เรากำลังรอฟัง และกำลังวางแผนเพื่อหาทางที่เป็นไปได้ของเราจะทำธุรกิจที่นี่” ประกาศความเป็นส่วนตัว กรณีศึกษาสิงคโปร์ก็ยังมีปัญหาการฟอกเงิน 8 หมื่นกว่าล้าน ซึ่งข้อดีของสิงคโปร์คือมีมาตรการสกัดชัดเจน แต่บ้านเราไม่มีมาตรการอะไรเลย นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.
บช.ปส. เปิดยุทธการ Black Mirror TKP ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 246 ล้าน โยงคดียาเสพติดหมื่นล้าน
รัฐบาลเศรษฐากำลังผลักดันให้มีคาสิโนถูกกฎหมายในไทย ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการนำเสนอแนวคิดในลักษณะนี้มาแล้วหลายรอบ ความเห็นในช่วงหลังๆ จะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะมองว่าเป็นกิจกรรมที่มอมเมาประชาชน ทำให้เกิดปัญหาสังคม เป็นอบายมุข หรือ หนทางไปสู่ความเสื่อม ในขณะที่ฝ่ายที่เห็นด้วย สะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่ามีการเปิดบ่อนมากมายตามพื้นที่ชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับนักพนันชาวไทย ซึ่งทำให้เงินรั่วไหลออกไปต่างประเทศปีละเป็นหลักหมื่นล้านบาท และยังมีข่าวที่ปรากฎอยู่เสมอว่าพบบ่อนการพนันเถื่อนลักลอบเปิดแบบผิดกฎหมายที่ถูกจับได้อยู่เรื่อยๆ งานศึกษามุมมองของภาคส่วนทางสังคมต่อการเปิดคาสิโนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งงานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาการวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยแบบคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามุมมองของภาคส่วนทางสังคมต่อการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายในไทยให้เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และเป็นแหล่งรายใหม่ของประเทศในอนาคต ผ่านแนวคิดเกี่ยวกับการพนัน การทำคาสิโนถูกกฎหมาย โดยรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากเอกสารและสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม จำนวน 5 ท่าน คือ ผู้ประกอบธุรกิจ กิจการเกี่ยวกับการพนัน หรือธุรกิจคาสิโน ทั้งในและนอกประเทศ จำนวน 2 ท่านและกลุ่มข้าราชการและข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า มุมมองของภาคส่วนทางสังคมที่มีต่อการเปิดคาสิโนอย่างถูกกฎหมาย แบ่งได้ 2 ช่วง คือ ในช่วงปี พ.ศ. จากตัวเลขดังกล่าว พอจะทำให้เห็นว่า ‘คาสิโน’ นอกจากจะสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับเจ้าของกิจการแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับภาครัฐเป็นจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งนอกจาก 2 แห่งที่กล่าวมาข้างต้น พบว่าประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างสิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว หรือแม้แต่เมียนมา ก็ล้วนแล้วแต่มี ‘คาสิโน’ ถูกกฎหมายไว้รองรับนักเสี่ยงโชคด้วยกันทั้งสิ้น นั่นทำให้การเปิดคาสิโนถูกกฎหมายจะช่วยให้เม็ดเงินของนักพนันไทยไม่ไหลออกไปต่างประเทศ และในขณะเดียวกันก็เป็นการนำเอากิจกรรมบ่อนเถื่อนที่ผิดกฎหมายขึ้นมาอยู่บนดิน สร้างรายได้ให้กับภาครัฐ ทั้งในรูปแบบของค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และภาษีเงินได้ที่เกี่ยวข้อง และยังช่วยลดปัญหาคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดว่า ‘คาสิโนถูกกฎหมาย’ ในประเทศไทยจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากถึง 17% ต่อปีเลยทีเดียว แต่ก็จะส่งผลกระทบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ทำคาสิโนอย่างสิงคโปร์และกัมพูชาเช่นกัน “นี่คือตัวอย่างก่อนทำ ต้องศึกษารอบคอบจริงๆ สิงคโปร์ใช้เวลา 10 ปีศึกษา และใช้เวลาอีก 5ปี แต่งเนื้อแต่งตัวให้พร้อม มีหน่วยงานกำกับดูแลคาสิโน มีหน่วยงาน ดูแลผลกระทบจากคาสิโน เหล่านี้ เป็นต้น ส่วนปรเเทศเลือกทำประชามติ ญี่ปุ่นทำหลายรอบ ให้รัฐบาลท้องถิ่นเสนอ ไม่ใช่มาจากรัฐบาลกลาง ประเด็นคือ ทั้งสิงคโปร์ และญี่ปุ่นกำหนดตัวเลขจะไม่มีเยอะ ใน 20ปีแรกมีได้ 2ที่ หลังจากนั้นค่อยมาคุยกัน ญี่ปุ่นบอกว่ามี 3ที แต่พร้อมมีแค่ที่เดียวโอซาก้า หรืออีกที่ที่นางาซากิ แต่ที่ 3ไม่เอาด้วย นี่คือความรอบคอบ”
‘จุลพันธ์’ รอสภาไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.กาสิโนถูกกฎหมาย คู่ขนานชง ครม.
หรือคนนอกเข่้ามาร่วมบอร์ด แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี บอร์ดนี้จึงเอียงมาก 15คนจึงเป็นผ่ายการเใมืองและ3 คน เป็น ข้าราชการ เป็นเลขาบีโอไอ เลขากนง. ชี้เป้าให้เปิดได้หลายที่ เช่น พื้นที่มีสนามบินนานาชาติ 22จังหวัด พื้นที่เกรด บี ถ้าจำไม่ผิดผลการศึกษาของกมธ.จะมีพื้นที่เปิดได้ราว 60 บาคาร่า จังหวัด รายงานชี้ช่อง ไว้ ขั้นต่อไป เมื่อใดก็ตามกระทรวงการคลังรับฟังความเห็นขอบที่ประชุม ครม. สถานบันเทิงครบวงจรไทยมีแต่ได้ “สรวงศ์” ย้ำดึงเงินลงทุนแสนล้าน
โดยรัฐบาลจะเปิดให้มีสัมปทานจากเอกชนมาร่วมธุรกิจ โดยรัฐจะจัดเก็บภาษี 30% รวมทั้งภาษีบำรุงท้องที่เพื่อนำเงินไปบำรุงในพื้นที่เปิดสถานบันเทิง ด้าน พสุ ลิปตพัลลภ กรรมการของ Proud Group ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม InterContinental 2 แห่งในไทย กล่าวว่า สนใจที่จะร่วมมือกับบริษัทเกมระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ผลสำรวจของนิด้าโพลเมื่อเดือนมกราคมพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 59% ไม่เห็นด้วยกับการมีทั้ง Entertainment Complex และคาสิโน
รูปแบบนี้เหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังจะผลักดันให้เกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเกิดคาสิโนจำนวนไม่มากนัก แต่อาจจะตั้งอยู่ครบทั่วภูมิภาค เพื่อดึงดูดนักพนันชาวไทยไม่ให้ไปเล่นที่ประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ให้ไปแอบเล่นกันแบบใต้ดินในอดีต นอกจากนี้ รัฐบาลไทยหวังใช้นโยบายนี้กระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปีนี้รัฐบาลคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยว 38 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติก่อนเกิดโควิดที่ 40 ล้านคน ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ผ่านกฤษฎีกา วาระ 1 กำหนดเงื่อนไขคาสิโนไทย จำกัดพื้นที่และควบคุมการเข้า-ออก คนไทยเล่นได้ แต่ต้องมีเงินฝาก 50 ล้าน กลายเป็นประเด็นร้อน
- และอาจทำให้ไทยแซงหน้า ‘สิงคโปร์’ ขึ้นเป็นเบอร์ 3 คาสิโนโลก หรือเป็นรองแค่ลาสเวกัสและมาเก๊าที่อยู่ในอันดับ 1 และ 2 เท่านั้น เพราะ Citigroup ประเมินว่าในปี 2031 สิงคโปร์จะมีรายได้จากคาสิโนประมาณ 8.3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น
- ในรูปแบบนี้ ปัญหาสังคมต่างๆ อาจจะน้อยกว่ารูปแบบแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะสูง และสังคมไทยต้องเผชิญกับปัญหาสังคมต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับคาสิโน เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรม รวมไปถึงธุรกิจเทาๆ ดำๆ ที่มักจะเติบโตควบคู่กับธุรกิจการพนัน เช่น การค้าบริการ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน เป็นต้น
- วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ยกตัวอย่างว่า “ต้องใหญ่กว่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์” ส่วนรายละเอียดเชิงลึกนั้น ต้องนำมาหารือกันต่อไป
- นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นั้น กฤษฎีกาไม่ได้เห็นแย้งหรือไม่เห็นด้วย เป็นเพียงข้อสังเกตที่ต้องนำเรียน ครม.